การทำงานที่สำคัญของคอลลาเจนและมีประสิทธิผลมากขึ้น

อย่างไรก็ตามหลักฐานการทดลองต่อไปแสดงให้เห็นว่าอนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายเล็กน้อยเมื่อโจมตี “โปรตีน” หลวมหรือโมเลกุลอื่น ๆ ในร่างกายในขณะที่สารอนุมูลอิสระโจมตีโปรตีนคอลลาเจนในผิวทำให้เกิดการแตกตัวของคอลลาเจน เมื่อโปรตีนของผิวได้รับการแบ่งหลายครั้งจะสูญเสียความยืดหยุ่นของคุณภาพ ผิวผอมลงและอ่อนลง

เซลในผิวหนังชั้นนอกของผิวหนังแต่ละชิ้นถูกโจมตีด้วยอนุมูลอิสระทุกวัน และเนื่องจากจำนวนเซลล์ที่เสียหายจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังนั้นความต้องการสารต้านอนุมูลอิสระจึงเป็นเช่นนั้น แต่เนื่องจากความสามารถในการผลิตสารต้านอนุมูลอิสระในการป้องกันตัวเองทำให้กระบวนการชราเร็วขึ้นทุกปี

หลักฐานการทดลองยืนยันว่าคอลลาเจนในสถานะที่ใช้งานอยู่ช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้สองวิธีแฮร์รี่คลาเดดาประธานบีไอซีกล่าวว่าเป็นการกระทำที่เป็นการเสียสละของการโจมตีของอนุมูลอิสระและผนึกเอามลพิษที่เกิดจากอนุมูลอิสระในสิ่งแวดล้อม การจัดเตรียมจะดึงดูดอนุมูลอิสระที่สร้างขึ้นภายในเช่นเดียวกับแม่เหล็กในขณะที่ป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระจากภายนอกเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวางทางผิวหนัง

จากการวิเคราะห์ประโยชน์ของกิจกรรมทางชีวเคมีความบริสุทธิ์และการดูดซับปรากฏว่าความก้าวหน้าใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอาจประสบความสำเร็จอย่างมากจากการค้นพบใหม่นี้ในการวิจัยคอลลาเจน จากการศึกษาเหล่านี้โมเลกุลคอลลาเจนที่มีเสถียรภาพใหม่ ๆ ยังคงใช้งานอยู่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับความสามารถในการดูดซับและผสมผสานกับโปรตีนที่มีอายุมาก ๆ ซึ่งอาจหมายถึงผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวพรรณรุ่นแรกเพื่อกำหนดเป้าหมายโดยตรงของการเกิดริ้วรอยเมื่อเทียบกับผลกระทบ ผลทางคลินิกนำผลการวิจัยที่มีแนวโน้มไปสู่การประยุกต์ใช้สากลในอุตสาหกรรมการแพทย์ด้วย สนใจสั่งซื้อ http://www.rubycollagenthailand.com/

 

 

ของที่พึงจะระแวดระวังไม่ว่าจะใช้ครีมหน้าขาวใสหรือไม่ก็ตาม

 

กระบวนการในการล้างหน้าล้างตา ชำระล้างผิวนั้น มิน่าจะกินเวลาพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำเอาเซลล์ผิวสัมผัสกับสารคลอรีนที่ผสมมาในประปานั้น ซึ่งจะมิทำเอาเกิดผลดีกับผิวเราอย่างแน่นอน และควรจะต้องล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพียงอุณหภูมิของน้ำควรจะอุ่นแต่พอดิบพอดี  ไม่สมควรล้างหน้าด้วยน้ำร้อน เพราะว่าความร้อนที่มากเกินไปนั้น จะทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัยได้ รวมไปถึงทำเอาหน้าของเรานั้นแห้งได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งภาพรวมโดยปกติคนเราจะชำระล้างร่าง ในระยะเวลา เช้า-เย็น ซึ่งการล้างหน้าล้างตา ที่ดีก็น่าจะเป็นระยะเวลาสองเวลานี้แระ ในการล้างหน้าล้างตาเราควรต้องเบามือเพราะหน้าตาเป็นบริเวณที่ความบางยิ่งกว่าที่อื่น ลูบเจล โฟม สบู่ล้างหน้าล้างตาเบา ๆ ให้ทั่วหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า

ภายหลังการล้างหน้าล้างตาแล้ว เราจึงพึงจะซับหน้าตาเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนู จะช่วยทำให้ผิวหน้าไม่แข็ง ถ้าหากถูใบหน้าจะทำเอาผิวเกิดความกระด้างได้ อีกทั้งเมื่อเราทำการล้างหน้าแล้ว จึงสมควรทาครีมหน้าขาวใสเพื่อจะทะนุถนอมผิวให้มีความสดใสอยู่เสมอพอให้ใบหน้านั้นมีการผลัดเซลล์พร้อมทั้งได้ผิวที่สวยเพิ่มมากขึ้น

เช่นนี้การชโลมครีมขาวหน้าใสเรามิอาจจะเข้าใจได้ว่าเหมาะกับหน้าตาเราหรือเพราะว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคน เนื่องจากว่าชั้นผิวด้วยที่อาจจะผิดแผกแตกต่างกัน จึงทำเอาจำต้องระแวดระวังในการใช้งาน

คัดสกินแคร์อย่างไรให้มีสกิล

การปฏิบัติผิวถือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากมาย เนื่องจากผิวหน้า ที่นิ่มนวลของเราไม่สามารถคงทนต่อครีมบำรุงผิวได้ทุกกลุ่ม การรับทราบถึงรายละเอียดของผิวตัวเอง พร้อมกับการคัดใช้สกินแคร์ให้ลงตัว จึงเป็นสิ่งที่สาวๆควรศึกษาเล่าเรียนเอาไว้ให้ดี สำหรับหากเลือกใช้ไม่ถูกกับผิวเมื่อไหร่ ก็มีหวังเกิดเป็นสิวหรือผดผื่นขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวก็เป็นได้ อะไรบ้างคือปัจจัยสำคัญที่เราจงความรู้ให้ได้ออกจะตาย nealsyardremedies.co.th จะพาสาวๆไปทำความรอบรู้ จัก พร้อมรึยังเอ่ยไปลุยกันเลยค่ะ

คุณรู้จักสภาพผิวของตัวเองดีเท่าใด?

การรู้จักสภาพผิวของตัวเอง เป็นสิ่งแรกที่คุณควรนำมาตรวจ เพราะด้วยแต่ละคนย่อมมีสภาพผิวที่เบี่ยงเบนกันออกไป บ้างก็ผิวมัน บ้างก็แห้ง หรือบ้างก็ผิวผสม ซึ่งสมมติคุณสามารถทำความรู้จักกับสภาพผิวของตัวเองได้เป็นอย่างดีแล้ว การเลือกสกินแคร์มาใช้ในการบำรุงผิวก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกถัด

สาวผิวมัน จะต้องเน้นเรื่องความสะอาดมากกว่าผิวชนิดอื่นๆ โดยต้องพากเพียรหลีกการใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ทั้งนี้เพราะจะยิ่งทำให้พื้นผิวของคุณดูมันเข้าไปใหญ่ การใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนในการช่วยมั่นคงรูขุมขน และช่วยกำจัดความมันส่วนเกิน ถือเป็นทางคัดเลือกที่สำคัญของสาวผิวมันทุกท่าน

สาวผิวแห้ง ควรจะเพิ่มความเปียกชื้นให้แก่ผิวโดยเลือกสรรใช้โฟมล้างหน้าล้างตา ที่ไม่มีฟองและเบี่ยงบ่ายสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์หรือน้ำหอม เพื่อรักษาผิวหน้าไม่ให้แห้งจนเกินไป

สาวผิวผสม เป็นผิวหน้าที่เฝ้าไข้ได้อย่างลำบากลำบน เนื่องจากว่าเป็นการผสมเอาผิวมันและผิวแห้งเข้าด้วยกัน โดยส่วนมากสาวผิวผสมควรเลือกใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอลล์หรือน้ำหอม และเหมาะสมใช้สกินแคร์ที่มีเนื้อครีมน้อยลง หรือมีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมให้ความชื้นให้แก่ผิว

 

 

 

 

ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธีอัลเธอร่า (ulthera)

ulthera

แพทย์จะให้ล้างหน้าให้สะอาดที่สุด สำหรับบางคลินิกจะทำการทรีทเม้นท์ เพื่อเตรียมใบหน้าให้พร้อม

แพทย์จะทำการทายาชาทั่วใบหน้า รอยาชาออกฤทธิ์ ประมาณ 30-40 นาที

เมื่อยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะทำการนำเครื่องยิงคลื่นเสียงอัลเธอร่า (ulthera) เข้าสู่ผิวในจุดที่เราต้องการระหว่างการรักษา อาจมีความรู้สึก ร้อน เจ็บในจุดที่ยิงเล็กน้อย

ระยะเวลาในการรักษาด้วยวิธีอัลเธอร่า (ulthera) ประมาณ 30 – 60 นาที แล้วแต่ความชำนาญ และสภาพผิวหน้าของผู้รักษา

รอดูอาการประมาณ 1 ชั่วโมงเมื่อไม่พบความผิดปกติสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ

หลังการรักษาด้วยวิธีอัลเธอร่า (ulthera) อาจเกิดอาการรอยแดงหรือบวม (โดยส่วนมาก ได้รับการรักษาจากแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ) ควรรอเวลาให้อาการลดน้อยลง ประมาณ 1-2 วัน

ใบหน้าจะเริ่มค่อยๆ เข้ารูปเป็นธรรมชาติมากที่สุดประมาณ 3 เดือน แล้วใบหน้าจะเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่การดูแลใบหน้าของแต่ละคน

หลังการรักษาเมื่อพบความผิดปกติแก่ร่างกาย เช่น เกิดอาการแพ้ เกิดผื่นแดง อาการเจ็บปวด บวมเขียวช้ำ ควรเข้ารีบรับการรักษา

ในปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีอัลเธอร่า (ulthera) ถือเป็นการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด หรือแทบจะไม่มีผลกระทบต่อร่างกายและความเสี่ยงที่น้อยมาก

ทำให้เริ่มเป็นที่นิยมในปัจุจบัน แม้ค่ารักษาที่แพงมากก็ตาม แต่ก็คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่น้อยในการรักษา

สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องริ้วรอย หรือรอยเหี่ยวย่นมากมายนัก แต่อยากลองรักษาด้วยวิธีอัลเธอร่า (ulthera) ควรลองไต่ตรองให้ดีก่อนว่า

คุ้มค่ากับการรักษาหรือไม่ เพราะยังมีการบำรุงรักษาริ้วรอยหรือรอยเหี่ยวย่นมากมายด้วยวิธีอื่นๆ ที่ประหยัดกว่า เช่น

ทาคลีมบำรุงผิว ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ เป็นต้น แต่ถ้าอยากลองการรักษาด้วย วิธีอัลเธอร่า (ulthera) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แนะนำให้ลองทำดูกัน

 

 

 

อยากใช้ครีมหน้าขาวใสให้ถูกวิธีเริ่มต้นได้เยี่ยงไร

%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c-2

ในปัจจุบันก็มีผู้คนมากมายที่หาวิธีการทำให้ใบหน้าเรายังอ่อนกว่าวัยเพราะใครๆไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ไม่อยากให้มีใบหน้าที่เหี่ยวย่นหย่อนยานกันสักเท่าไหร่ จึงมีวิธีทำให้ผิวหน้าและใบหน้าเราคงความอ่อนกว่าวัย ไม่ว่าใครจะหาครีมหน้าขาวใสที่ดีแค่ไหนถ้าไม่มีวิธีการทาให้ได้ประโยชน์มากที่สุดมันก็ไร้ค่าละคะ ดังนั้นถ้าใครที่อยากรู้ว่าจะมีวิธีทำให้ใบหน้าเราขาวใสเต่งตึงอ่อนกว่าวัย ด้วยครีมหน้าขาวใสยังไงนั้นเราไปดูกันเลยคะ

โดยต่างคนต่างมีวิธีที่ทำให้ใบหน้าของเราดูอ่อนกว่าวัยกันแต่ถ้ามีวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ครีมที่ผิดวิธีก็ไม่เกิดประโยชน์ใครที่ตอนนี้ใช้ครีมหน้าขาวใสแล้วอยากจะได้ประโยชน์จากการใช้ครีมนี้มากที่สุด เราต้องใช้ปริมาณครีมให้เหมาะสดกับใบหน้าเรา ถ้ามากหรือน้อยเกินไปก็อาจจะได้ผลที่ดีเกินไปหรือน้อยเกินไปก็ได้ โดยเริ่มจากการแต้มครีมที่หน้าผาก จมูก แก้มทั้งสองข้าง และคาง ใช้นิ้วนางกับนิ้วกลางทาครีมให้ทั่วบริเวณใบหน้า ที่สำคัญต้องอย่าลืมทาครีมบริเวณลำคอ ใช้ปริมาณครีมที่พอเหมาะ ทาครีมให้ทั่ว อย่าทาวนไปวนมาขึ้นๆลงๆนะคะ เพราะอาจจะทำให้ผิวหนังย่นได้

วิธีการทาครีมหน้าขาวใส สามารถทำให้เรามีผิวหน้าที่ดีได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมราคาแพงๆในการทาหน้า แต่แค่ทาครีมที่ถูกวิธีก็สามารถทำให้ใบหน้าเราไร้ริ้วรอย ไม่เหี่ยวอย่างคาดไม่ถึง เห็นไหมละคะว่าการทาครีมที่ถูกวิธีก็สามารถทำให้ใบหน้าเราเปลี่ยนไปได้ ดังนั้นแล้วเราจะต้องดูแลและใส่ใจในการทาครีมที่หน้าแต่ละครั้ง เพื่อใบหน้าเราจะได้ไม่เกินริ้วรอยก่อนวัย แนะนำส่าลองดูครีมที่ theselfcosmetic.com ก่อนได้ยิ่งดีนะคะ